More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  kHim~kHimPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community
         thank you 4 visitting khim~khim's space na ja
  • October 21 11:56 AM
    อัพได้แล้วจ้า
  • September 03 8:46 PM

    มาฟังเพลงที่ขิมว่าอัพแล้วอ่ะ

    ดีจังที่แวะมา ไม่ได้ฟังเพลงนี้นานแล้ว....รุ้สึกดีจัง

    ช่วงนี้เค้าก็ยังไงไม่รู้ แปลกๆตัวเอง สับสนบอกไม่ถูก

    มันเหมือนกับว่า...ใช้ชีวิตไปวันๆยังไงไม่รู้อ่ะ เหอๆ

    เนอะ ก็เราไม่ใช่ใครบางคน ไม่มีเวทมนต์ใดๆ อ่ะ

    :P


  • August 13 12:16 PM
    เพลงเพราะดีอ่ะ จาเข้ามาฟังบ่อยๆนะ 
  • August 08 4:51 PM
    เค้าชอบพื้นสีนี้จังเลยอ่ะ  สวยดี ได้อารมณ์ช่วงฝนตกเนอะ
    ...
    เหมือนหยดน้ำไหล  แต่มองไปมองมาก็เหมือน TLC เนอะ
  • June 27 9:36 AM
    spase สีชมพูหวานเเหวว
    เข้ากั๊นเข้ากันกับเจ้าของ space น่อ
    แต่ให้คะแนนเต็มก็ตรงที่มี Canon
    ให้เค้าฟังนี่เเหละน้า เเล้วเอามาลงอีเยอะๆนะ
    & แบ่งเค้าด้วย เม้นให้แล้ว
More...
September 05

l l l l l : : : คนเดินดิน : : : l l l l l

.....................

แค่เพียง คนเดินดิน ไม่ได้ดิบดีอะไร

มีแต่ใจ หัวใจสีแดง ให้เธอเท่านั้น

ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีเดือนดาวร้อยพันดาวดาว จันทร์เสี้ยวดาวดาว

แค่มีดอกไม้ กุหลาบแดงกุหลาบแดงกุหลาบแดง เท่านั้นมาให้เธอ

ไม่ใช่ใครบางคน ไม่มีเวทย์มนต์ใดๆ

แค่ผู้ชายที่พูดจริงเสมอ

ไม่มีแก้วแหวนที่ล้ำค่า ของขวัญผูกโบ สติเฟื่อง ไม่มีปัญญาเลิศเลอ

ที่มีให้เธอก็เพียงลมหายใจ

 

จะโอบกอดเธอด้วยสองมือเปล่า

จะมีเพียงเราสองคนตลอดไป

ถ้าหากว่าเธอยินดี ฉันก็มั่นใจ

จะไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง

จะทำเพื่อเธอให้ถึงที่สุด

จะวางชีวิตไว้เป็นเดิมพัน

และนี่คือคำสัญญา ของผู้ชายอย่างฉัน

จะขอรักเธอคนเดียว

จะขอรักเธอคนเดียว....... จะรักเธอเพียงคนเดียว

..........................

August 13

lllll l l l l l l l l For You l l l l l l l llllll

 

เพราะว่าเธอนั้นคือ ดวงใจ ของฉัน

ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ

ต้องล้มและลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน

...ตลอดไป...

 

เพราะว่า แม่ คือ ดวงใจ ของฉัน

ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ

ล้มและลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียง มี แม่ อยู่ด้วยกัน

...ตลอดไป...

 

รักแม่น๊า

August 10

Forever friend : : ตอน : :อยู่คนเดียว...ไม่ได้แล้ว : :

สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยห้าสิบ
นานแค่ไหนแล้ว
ที่เรากว่า 50 ชีวิต ได้ใช้ชีวิตร่วมทางเดิน
ด้วยกันมา
 
...
สามปีกว่าแล้วนะ
นานจังเลย
 
สิ่งดีๆหลายอย่างเกิดขึ้น
พร้อม พร้อม กับเรื่องราว
ที่ทำให้เราทุกคน ได้เรียนรู้ ได้รู้จักกันมากขึ้น
 
คุยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น
 
แล้วจากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนรู้จัก
มักคุ้น
ชินตา
และชินเข้าไป ทะลุถึงใจ
กลายเป็นสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า
 
"เพื่อน"
 
"มันคือความผูกพัน
มันคือสิ่งแทนคำทุกถ้อยคำ
เรานั้นมีกันตลอดมา
ก็เพราะความผูกพัน"
 
ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเพื่อนทุกๆคน
 
สัญญานะ
ว่าพวกเรา
จะเป็น
 
เพื่อน
กัน
ตลอดไป
 
"ให้รู้ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้
นั้นยังมีรักอยู่
เคยเป็นยังไงในตอนนี้ ขอให้รู้
ว่าจะไม่มีเปลี่ยนไป
ให้รู้ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้
ไม่ว่าจะนานเท่าไร
เราจะมีกันและกันเป็นหนึ่งในดวงใจ
ตลอดไป"
 
ก็เพราะหัวใจเราผูกกัน

 

 

 ให้อยู่ลำพังคนเดียงก็คงไม่เอาแล้ว ทำไม่ได้               

อยากจะมีชีวิตที่มีเธอ

ก็มีเพียงเธอคนเดียวที่ทำให้วันนี้ดูมีค่า

ฉันไม่มีอย่างอื่นจะต้องตามหา
อยากจะใช้วันเวลาที่ฉันมี (เดินไปกับเธอ)

 

ขอใช้ภาพเหล่านี้

เป็นสื่อกลาง

ถ่ายทอดความทรงจำ

ในห้องเรียน

สี่ปีที่ผ่านมา

อยากบอกเพื่อนทุกคนว่า

โคตรรัก(พวก)เอ็งเลย

"ให้อยู่ลำพังคนเดียวก็คง

ไม่เอาแล้ว ทำไม่ได้

อยากจะมีชีวิตที่มีเธอ"

Rx 23

forever friends

 

  
 
 ขอนแก่น ประเทศไทย
August 08

โลกสวยด้วยมือเรา : มาช่วยกันนะ

ผ่านพ้นเทศกาลสอบมิดเทอมมหาสนุกกันไปแล้วนะจ้ะ
เป็นยังไงกันบ้าง สนุกมั๊ย ข้อสอบน่ะ
อิ๊ๆ เอาเหอะ มันผ่านไปแล้วนะ ตอนนี้มาทำอะไรดีๆ ฝากไว้ให้โลกเบี้ยวๆใบนี้ของเรากันดีก่า
 
รู้กันบ้างรึเปล่า ว่าตอนนี้โลกเบี้ยวๆใบนี้ของเรา มันกำลังร้อนขึ้น ร้อนขึ้น อยู่ทุกวันแล้วนะ
แต่รู้กันรึเปล่า (อีกแล้ว) ว่าเราสามารถช่วยกันได้ ทำให้โลกไม่ร้อนไปมากกว่านี้ได้ด้วยนะ
และเผลอๆ โลกเราอาจเย็นลงด้วย แต่คงต้องช่วยกันอีกนานหน่อย
ซัก 50 ปี คงได้นะ
 
อยากให้ทุกๆคนรู้ว่า โลกร้อนแก้ไขได้
เพียงแค่เราทุกคนตระหนักถึงปัญหา และร่วมใจกันแก้ไข
แม้ทำได้ไม่ครบ 10 ข้อ ก็ขอให้ทุกคนลองนำวิธีที่แนะนำไปนี้ไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเอง
เอาเท่าที่ได้แหละ แบบพอเพียง
 
ช่วยกันนะ
 
Let's Go!
 
1.ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หลังเลิกใช้
เหตุผล: ช่วยประหยัดไฟ และทำให้เราไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มมากขึ้น  เพราะปัจจุบัน ถ่านหินคือตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อนมากเป็นอันดับ 1
ผลที่ได้รับ: ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้หลายร้อยกิโลกรัมต่อปี และที่สำคัญคือ ต้องถอดปลั๊กไฟออกด้วยทุกครั้ง  จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 4,000 บาทต่อปี
2.เปลี่ยน หลอดไส้ เป็นหลอดตะเกียบ
เหตุผล:  จะทำให้เราไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มมากขึ้น  เพราะปัจจุบัน ถ่านหิน คือตัวการสำคัญ ที่ ทำให้โลกร้อนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ผลที่ได้รับ:   การเปลี่ยนเป็นหลอดประหยัดไฟ จะช่วยประหยัดไฟได้ 3-5 เท่า  และยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดธรรมดาถึง 10 เท่า  เท่ากับลดการใช้พลังงานได้ถึงร้อยละ 80 และประหยัดเงินได้  738 บาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 295 กิโลกรัมต่อปี
3.ตั้ง อุณหภูมิแอร์  ที่  25 ‘c
เหตุผล: เพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก  ซึ่งจะทำให้สูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
ผลที่ได้รับ:ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 900  กิโลกรัมต่อปี และยังประหยัดพลังงานได้ 2.4 หน่วย
4.ลด ใช้เครื่องทำน้ำร้อน
เหตุผล: เครื่องทำน้ำร้อนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมาก
ผลที่ได้รับ: ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 300  กิโลกรัมต่อปี
5.ติด ฉนวนกันความร้อนในบ้าน
เหตุผล: เพราะการติดตั้งฉนวนกันความร้อน  จะทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนัก และช่วยประหยัดพลังงาน
ผลที่ได้รับ: จะช่วยประหยัดพลังงานในบ้านได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
6.ปลูกต้นไม้ยืนต้น
เหตุผล: ต้นไม้  1 ต้น ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของต้นไม้
7.เพิ่ม การใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล
เหตุผล: เพราะในการผลิตกระดาษหรือพลาสติกแบบรีไซเคิล ใช้พลังงานในการผลิตเพียง 50 เปอร์เซ็นต์
ผลที่ได้รับ: การใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล  จะช่วยลดปริมาณขยะได้ถึงปีละ 1,450 ตัน  ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ 1  ตันต่อปี
8.เลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัวคนเดียว
เหตุผล: เพราะน้ำมัน คือแหล่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซค์ที่สำคัญ  โดยมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 40
ทางแก้ไข:  ควรจัดระบบ car  pool รวมทั้งหันมาใช้จักรยาน รถขนส่งมวลชน หรือเดินให้มากขึ้น  เพราะจะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 1,000 ตันต่อวัน (ต่อปริมาณรถในกทม.  5.5 ล้านคัน)  นอกจากนี้รถขนส่งมวลชนยังมีประสิทธิภาพทางพลังงานมากกว่ารถยนต์ส่วนตัวถึง 3 เท่า และยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 8 เท่าอีกด้วย
9.เลือกซื้อของที่ผลิตในประเทศ
เหตุผล: เพราะการซื้อสินค้าต่างประเทศต้องสิ้นเปลืองพลังงานในการขนส่ง  บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่าย
ผลที่ได้รับ: การใช้ของที่ผลิตในประเทศจะช่วยลดค่าหีบห่อและค่าขนส่ง  ทำให้สามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ที่จะเกิดขึ้น  และเงินตราไม่รั่วไหลอีกด้วย
10.กินผักแทนเนื้อสัตว์ให้มากขึ้น
เหตุผล: การทำปศุสัตว์  คือแหล่งที่ทำให้เกิดก๊าซมีเทน  ไม่ว่าจะเป็นการแผ้วทางพื้นที่ป่าเพื่อทำฟาร์มปศุสัตว์ หรือ  การขับถ่ายของเสียจากสัตว์ ล้วนทำให้เกิดการแพร่กระจายของก๊าซเรือนกระจก  ในชั้นบรรยากาศ ถึง 18 เปอร์เซ็นต์
ผลที่ได้รับ: ถ้าเราลดการผลิตเนื้อสัตว์ทุก ๆ 1 กิโลกรัม  จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับคาร์บอนไดออกไซค์ ได้ 3-4 กิโลกรัม
 
 
ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยกัน
 
อย่าลืมนะ
 
โลกสวยด้วยมือเรา
 
ที่มา : http://www.gmmcoolearth.com/
 
June 26

: : : ระยะห่าง..........: : :

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา
บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
..................
แต่บางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น...

จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
..................
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือ
คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่...
..................
บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนคุ้นเคย...
...................
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ..
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ ...
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..
....................


แต่ในทางกลับกัน..
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ..
กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..
......................
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่ ..
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ..
ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..
....................
ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..

เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน
1 ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ..

และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..
....................
กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง

กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..

แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..

.....................

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ..
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...
กับบางคนเราก็ต้อ! งการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน..
.....................
ขณะที่บางคนวิ่งตาม
ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน..

เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม
พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ..
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..
ไม่เคยรับรู้ว่า

ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ..
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ ....
.............................


การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...

บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..

ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่าง! ให้เป็นหน้าที่ของเวลา

ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง
ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์..
.................................

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป

เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง

เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..
........................................


แล้วคุณ ๆ เล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง
ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..

เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึก
กลับเป็นตัวแปรผกผันกัน

เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???

เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับ! เท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ...


อาจเป็นเพราะ .... โลกกว้างเกินไป
หรือไม่ .... หัวใจเราแคบเกิน
"ก็จริงเน๊อะ" ไม่ทราบผู้แต่ง จาก FW.Mail
 
June 01

: : the classic : : classic love, pass love forward : :

" love "
...
canon in D
...
nuh eh ge nan na eh ge nun
...
pass the love forward  ส่งต่อความรัก
...
 
เกี่ยวอะไรกันเนี่ย
 
ก็ลองฟังเพลงที่กำลังได้ยินอยู่ในตอนนี้ดูสิ
 
เพลง 3 เพลงนี้ มันคือความรัก ที่ส่งต่อถึงกันและกัน
ส่งมันไปถึงคนทุกคน
คน ที่ยืนหยัด อยู่บนโลกเอียงๆใบนี้
 
canon in D
เพลง classic
ที่ไม่ว่าได้ยินเมื่อไร ก็ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านตัวโน้ตเป็นคลื่นเสียง
ล่องลอยผ่านไปในตัวกลางอย่างอากาศ
และซึมซับเข้าสู่ดวงใจทุกๆดวง
 
คนแต่ละคน
ที่ได้รับรู้ถึงคลื่นเสียงเหล่านั้น
คงมีความรู้สึกแตกต่างกันไป
บางคนว่า ... เพลงนี้มันเศร้า
บางคนว่า ... เพลงนี้ทำให้คนฟังเหมือนล่องลอยอยู่ในอะไรบางอย่าง
คงล่องลอยอยู่ใน "ความรัก" ล่ะมั้ง
 
แต่สำหรับคนบางคน
เพลงเพลงนี้ ทำให้รู้สึกว่า
เศร้า
...
แต่ในความเศร้านั้น ยังคงมีรอยยิ้ม
 
เสน่ห์ของเพลงโดยแท้แล้ว
 
เนื้อร้องของเพลงแห่งความรัก
เกาหลี หรือ ไทย
ก็ล้วนแล้วแต่ถ่ายทอดความรักมาหมดสิ้น
 
เพลงอีกสองบทที่คุณได้ยิน
มันคือความรัก
ที่แปรรูปจากตัวโน้ตโดดโดด
เป็นคำพูด
เป็นเสียงร้อง
ให้คุณ ได้สัมผัสรักได้ง่ายขึ้น
ให้รัก เข้าถึงคุณได้ง่ายขึ้นยังไงล่ะ
 
หุหุ
ช่างเป็นเพลงที่ส่งความรัก
ถ่ายทอดไป
จากคนหนึ่ง...สู่คนหนึ่ง
จากรุ่น...สู่รุ่น
 
รักน่ะ ดี
ส่งความรักให้กัน
ดีแล้ว
จริงมั๊ย
 
อยากเห็นโลกนี้มีแต่ความรัก
...
ให้จักรวาลแห่งนี้มีแต่ความรัก
 
 
 
 
 
 
May 03

: : the classic :: the memory of clasical love : : : :

คุณเคยมีความทรงจำดีดี เกี่ยวกับ "ความรัก" มั๊ย
 
ถ้าหากคุณเคยได้พบเจอกับเรื่องราวความรักเฉกเช่นภาพยนตร์เรื่อง the classic
รับรองได้ว่าคุณจะเข้าใจคำว่า "ความรัก" มากขึ้นอีกแน่นอน
 
the classic
เรื่องของเรื่อง มันเริ่มตรงที่ว่า Ji hae เกิดไปตกหลุมรักผู้กำกับละครเวทีสุดหล่ออย่าง Sang min
แต่ความรักของเธอก็ดันมีอุปสรรคอันใหญ่หลวง ก็บังเอิญว่าเพื่อนสนิทของเธอน่ะ ดันไปชอบ sang min เหมือนกันน่ะสิ
 
และแล้ว วันหนึ่ง ji hae ก็ไปเจอ "กล่องความรัก" ของแม่เธอเข้า
ภายในมีจดหมายรัก และ สมุดบันทึก
เมื่อเธอเปิดอ่านดูจึงได้รู้ว่า
อุปสรรคในรักครั้งนี้ของเธอ เทียบไม่ได้เลยกับความยากลำบากกว่าจะได้รักกันของ Joo hee และ Joon ha
 
ฉากทุกฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้ ช่างสำคัญไปหมด ทุกฉากทุกตอนล้วนมีความหมาย
แม่น้ำสายนั้น  เรือที่พายไม่ไป  บ้านผีสิง
สายรุ้ง เปียโน
สร้อยคอ
 
ไหนจะเสาไฟหน้าบ้าน สะพานข้ามคลอง หิ่งห้อย
 
ภาพทุกภาพ มีความหมายอ่ะ
ของบางอย่าง แม้เป็นเพียงประกอบฉาก แต่มันก็แสดงถึงความไม่สมหวังในรัก
 
ความประทับใจหากใครได้ชม the classic คงหนีไม่พ้นฉากที่
ji hae วิ่งฝ่าสายฝนมาหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
และแล้ว sang min ก็วิ่งฝ่าสายฝนมาที่ต้นไม้ต้นนั้น
"คุณจะไปไหนครับ"
"ห้องสมุด"
"ไกลมั๊ย"
"ไม่ไกลหรอกค่ะ ถ้าลัดเลาะไปตามชายคาตึกคงไม่เปียกเท่าไหร่"
"ผมมีร่มวิเศษ คิดซะว่าเป็นชายคาตึก แล้ววิ่งเลยนะ"
คนสองคน ใต้การกำบังสายฝนของเสื้อ jacket
ขาสองคู่ที่วิ่งไปเป็นจังหวะพร้อมๆกัน
ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา
 
ยิ่งไปกว่านั้น
คุณรู้มั๊ยว่า sang min ทิ้งร่มไว้ที่ร้านอาหาร เพราะเห็น ji hae ยืนหลบฝนอยู่ใต้ร่มไม้นั่น!!!
...ซึ้งอ่ะ...
 
ยังมีอีกหลายฉาก ที่ทำให้คุณยิ้มได้ ร้องไห้ได้
และอยากให้เหตุการณ์แบบนั้น เกิดขึ้นกะเราบ้างจัง
 
ช่วงนี้ก็ใกล้จะฤดูฝนแล้ว แหม อยากวิ่งตากฝนแบบนั้นบ้างจัง อิ๊ อิ๊
 
อีกฉากซึ้งจนน้ำตาไหล คือฉากที่ joon ha กลับมาจากการไปรบ
แล้ว ตาบอด แต่แกล้งว่ายังตาดี ยังมองเห็น joo hee
--- สุดๆแล้วอ่ะ ร้องไห้เลย ---
 
ใครที่ดูแล้ว ดูอีกก็ดีนะ เก็บรายละเอียดกัน
และเพิ่มความประทับใจด้วยไง
 
ส่วนใครยังไม่เคยดู ก็ลองดูนะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
 
อันนี้สิ เด็ด
 "เมื่ออาทิตย์สาดส่องท้องทะเล เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ  เมื่อจันทร์สาดแสงในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ"
May 01

เพื่อนสนิท

 เพื่อนสนิท

 ก็คือ...เพื่อนธรรมดาๆคนนึง ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป
 ... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง   ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น
 ... ถึงจะมาสนิทกันได้

... บางที อาจไม่ใช่นิสัย
 ... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา
 ... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ
 ... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้
 ... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น
มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี

... บางครั้ง    ... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป     ... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย

 ... บางครั้ง ... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน ... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด
 
 ... บางครั้ง   ... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย ... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้
 
 ... บางครั้ง ...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้ ... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่
 บอกเป็นนัยๆว่า
 กรูอยู่ตรงนี้


 ชอบคำๆนึงที่บอกว่า
 . . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .. . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .
 
 ...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ    ... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน     ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
 ... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย
 
 ... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก ... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
... ไอ่เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว ... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที
 ... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที... ก็ตอนอกหักนู่นแหละ
 
 ... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ ... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง
 
 ... คงจะประมาณว่า ... "แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน" ... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว"
 ... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด"
 
 ... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
 ... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย ...นานๆถึงจะได้คุยกันที
 ... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา ... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน... อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน
... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน ... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น
 ... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว
... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า

 ... 'เพื่อน