Profilo di KHiMkHim~kHimFotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

KHiM KHIM

Windows Media Player

         thank you 4 visitting khim~khim's space na ja
Attendere...
Il commento immesso è troppo lungo. Immetti un commento più breve.
Immissione non effettuata. Riprova.
Impossibile aggiungere il commento al momento. Riprova più tardi.
Per aggiungere un commento è necessaria l'autorizzazione di un genitore. Chiedi autorizzazione
I tuoi genitori hanno disattivato i commenti.
Impossibile eliminare il commento al momento. Riprova più tardi.
Hai raggiunto il numero massimo di commenti pubblicabili giornalmente. Riprova tra 24 ore.
Impossibile lasciare commenti. La funzionalità è stata disattivata perché i sistemi hanno rilevato una possibile attività di spamming dal tuo account. Se ritieni che il tuo account è stato disattivato per errore, contatta il supporto tecnico di Windows Live.
Esegui il seguente controllo di protezione per completare la pubblicazione del commento.
I caratteri digitati nel controllo di protezione devono corrispondere ai caratteri dell'immagine o della riproduzione audio.
wananthon chaha scritto:
อัพได้แล้วจ้า
21 Ott.
wananthon chaha scritto:

มาฟังเพลงที่ขิมว่าอัพแล้วอ่ะ

ดีจังที่แวะมา ไม่ได้ฟังเพลงนี้นานแล้ว....รุ้สึกดีจัง

ช่วงนี้เค้าก็ยังไงไม่รู้ แปลกๆตัวเอง สับสนบอกไม่ถูก

มันเหมือนกับว่า...ใช้ชีวิตไปวันๆยังไงไม่รู้อ่ะ เหอๆ

เนอะ ก็เราไม่ใช่ใครบางคน ไม่มีเวทมนต์ใดๆ อ่ะ

:P


3 Set.
Tipapa Mahapromha scritto:
เพลงเพราะดีอ่ะ จาเข้ามาฟังบ่อยๆนะ 
13 Ago.
เค้าชอบพื้นสีนี้จังเลยอ่ะ  สวยดี ได้อารมณ์ช่วงฝนตกเนอะ
...
เหมือนหยดน้ำไหล  แต่มองไปมองมาก็เหมือน TLC เนอะ
8 Ago.
AMONRATha scritto:
spase สีชมพูหวานเเหวว
เข้ากั๊นเข้ากันกับเจ้าของ space น่อ
แต่ให้คะแนนเต็มก็ตรงที่มี Canon
ให้เค้าฟังนี่เเหละน้า เเล้วเอามาลงอีเยอะๆนะ
& แบ่งเค้าด้วย เม้นให้แล้ว
27 Giu.
05 settembre

l l l l l : : : คนเดินดิน : : : l l l l l

.....................

แค่เพียง คนเดินดิน ไม่ได้ดิบดีอะไร

มีแต่ใจ หัวใจสีแดง ให้เธอเท่านั้น

ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีเดือนดาวร้อยพันดาวดาว จันทร์เสี้ยวดาวดาว

แค่มีดอกไม้ กุหลาบแดงกุหลาบแดงกุหลาบแดง เท่านั้นมาให้เธอ

ไม่ใช่ใครบางคน ไม่มีเวทย์มนต์ใดๆ

แค่ผู้ชายที่พูดจริงเสมอ

ไม่มีแก้วแหวนที่ล้ำค่า ของขวัญผูกโบ สติเฟื่อง ไม่มีปัญญาเลิศเลอ

ที่มีให้เธอก็เพียงลมหายใจ

 

จะโอบกอดเธอด้วยสองมือเปล่า

จะมีเพียงเราสองคนตลอดไป

ถ้าหากว่าเธอยินดี ฉันก็มั่นใจ

จะไม่ทำให้เธอต้องผิดหวัง

จะทำเพื่อเธอให้ถึงที่สุด

จะวางชีวิตไว้เป็นเดิมพัน

และนี่คือคำสัญญา ของผู้ชายอย่างฉัน

จะขอรักเธอคนเดียว

จะขอรักเธอคนเดียว....... จะรักเธอเพียงคนเดียว

..........................

13 agosto

lllll l l l l l l l l For You l l l l l l l llllll

 

เพราะว่าเธอนั้นคือ ดวงใจ ของฉัน

ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ

ต้องล้มและลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียงยังมีเธออยู่ด้วยกัน

...ตลอดไป...

 

เพราะว่า แม่ คือ ดวงใจ ของฉัน

ที่ทำให้ทุกๆวันฉันเดินสู้ต่อ

ล้มและลุกเท่าไรไม่เคยจะท้อ ไม่เคยหวั่นไหว

ขอเพียง มี แม่ อยู่ด้วยกัน

...ตลอดไป...

 

รักแม่น๊า

10 agosto

Forever friend : : ตอน : :อยู่คนเดียว...ไม่ได้แล้ว : :

สิงหาคม พุทธศักราช สองพันห้าร้อยห้าสิบ
นานแค่ไหนแล้ว
ที่เรากว่า 50 ชีวิต ได้ใช้ชีวิตร่วมทางเดิน
ด้วยกันมา
 
...
สามปีกว่าแล้วนะ
นานจังเลย
 
สิ่งดีๆหลายอย่างเกิดขึ้น
พร้อม พร้อม กับเรื่องราว
ที่ทำให้เราทุกคน ได้เรียนรู้ ได้รู้จักกันมากขึ้น
 
คุยกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น
 
แล้วจากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนรู้จัก
มักคุ้น
ชินตา
และชินเข้าไป ทะลุถึงใจ
กลายเป็นสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า
 
"เพื่อน"
 
"มันคือความผูกพัน
มันคือสิ่งแทนคำทุกถ้อยคำ
เรานั้นมีกันตลอดมา
ก็เพราะความผูกพัน"
 
ดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเพื่อนทุกๆคน
 
สัญญานะ
ว่าพวกเรา
จะเป็น
 
เพื่อน
กัน
ตลอดไป
 
"ให้รู้ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้
นั้นยังมีรักอยู่
เคยเป็นยังไงในตอนนี้ ขอให้รู้
ว่าจะไม่มีเปลี่ยนไป
ให้รู้ทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงนี้ก็ขอให้รู้ที่แห่งนี้
ไม่ว่าจะนานเท่าไร
เราจะมีกันและกันเป็นหนึ่งในดวงใจ
ตลอดไป"
 
ก็เพราะหัวใจเราผูกกัน

 

 

 ให้อยู่ลำพังคนเดียงก็คงไม่เอาแล้ว ทำไม่ได้               

อยากจะมีชีวิตที่มีเธอ

ก็มีเพียงเธอคนเดียวที่ทำให้วันนี้ดูมีค่า

ฉันไม่มีอย่างอื่นจะต้องตามหา
อยากจะใช้วันเวลาที่ฉันมี (เดินไปกับเธอ)

 

ขอใช้ภาพเหล่านี้

เป็นสื่อกลาง

ถ่ายทอดความทรงจำ

ในห้องเรียน

สี่ปีที่ผ่านมา

อยากบอกเพื่อนทุกคนว่า

โคตรรัก(พวก)เอ็งเลย

"ให้อยู่ลำพังคนเดียวก็คง

ไม่เอาแล้ว ทำไม่ได้

อยากจะมีชีวิตที่มีเธอ"

Rx 23

forever friends

 

  
 
 ขอนแก่น ประเทศไทย
08 agosto

โลกสวยด้วยมือเรา : มาช่วยกันนะ

ผ่านพ้นเทศกาลสอบมิดเทอมมหาสนุกกันไปแล้วนะจ้ะ
เป็นยังไงกันบ้าง สนุกมั๊ย ข้อสอบน่ะ
อิ๊ๆ เอาเหอะ มันผ่านไปแล้วนะ ตอนนี้มาทำอะไรดีๆ ฝากไว้ให้โลกเบี้ยวๆใบนี้ของเรากันดีก่า
 
รู้กันบ้างรึเปล่า ว่าตอนนี้โลกเบี้ยวๆใบนี้ของเรา มันกำลังร้อนขึ้น ร้อนขึ้น อยู่ทุกวันแล้วนะ
แต่รู้กันรึเปล่า (อีกแล้ว) ว่าเราสามารถช่วยกันได้ ทำให้โลกไม่ร้อนไปมากกว่านี้ได้ด้วยนะ
และเผลอๆ โลกเราอาจเย็นลงด้วย แต่คงต้องช่วยกันอีกนานหน่อย
ซัก 50 ปี คงได้นะ
 
อยากให้ทุกๆคนรู้ว่า โลกร้อนแก้ไขได้
เพียงแค่เราทุกคนตระหนักถึงปัญหา และร่วมใจกันแก้ไข
แม้ทำได้ไม่ครบ 10 ข้อ ก็ขอให้ทุกคนลองนำวิธีที่แนะนำไปนี้ไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเอง
เอาเท่าที่ได้แหละ แบบพอเพียง
 
ช่วยกันนะ
 
Let's Go!
 
1.ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า หลังเลิกใช้
เหตุผล: ช่วยประหยัดไฟ และทำให้เราไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มมากขึ้น  เพราะปัจจุบัน ถ่านหินคือตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อนมากเป็นอันดับ 1
ผลที่ได้รับ: ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้หลายร้อยกิโลกรัมต่อปี และที่สำคัญคือ ต้องถอดปลั๊กไฟออกด้วยทุกครั้ง  จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 4,000 บาทต่อปี
2.เปลี่ยน หลอดไส้ เป็นหลอดตะเกียบ
เหตุผล:  จะทำให้เราไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มมากขึ้น  เพราะปัจจุบัน ถ่านหิน คือตัวการสำคัญ ที่ ทำให้โลกร้อนมากเป็นอันดับหนึ่ง
ผลที่ได้รับ:   การเปลี่ยนเป็นหลอดประหยัดไฟ จะช่วยประหยัดไฟได้ 3-5 เท่า  และยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดธรรมดาถึง 10 เท่า  เท่ากับลดการใช้พลังงานได้ถึงร้อยละ 80 และประหยัดเงินได้  738 บาทต่อปี ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 295 กิโลกรัมต่อปี
3.ตั้ง อุณหภูมิแอร์  ที่  25 ‘c
เหตุผล: เพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนัก  ซึ่งจะทำให้สูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์
ผลที่ได้รับ:ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 900  กิโลกรัมต่อปี และยังประหยัดพลังงานได้ 2.4 หน่วย
4.ลด ใช้เครื่องทำน้ำร้อน
เหตุผล: เครื่องทำน้ำร้อนเป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมาก
ผลที่ได้รับ: ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 300  กิโลกรัมต่อปี
5.ติด ฉนวนกันความร้อนในบ้าน
เหตุผล: เพราะการติดตั้งฉนวนกันความร้อน  จะทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนัก และช่วยประหยัดพลังงาน
ผลที่ได้รับ: จะช่วยประหยัดพลังงานในบ้านได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์
6.ปลูกต้นไม้ยืนต้น
เหตุผล: ต้นไม้  1 ต้น ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ ได้ 1 ตัน ตลอดอายุของต้นไม้
7.เพิ่ม การใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล
เหตุผล: เพราะในการผลิตกระดาษหรือพลาสติกแบบรีไซเคิล ใช้พลังงานในการผลิตเพียง 50 เปอร์เซ็นต์
ผลที่ได้รับ: การใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิล  จะช่วยลดปริมาณขยะได้ถึงปีละ 1,450 ตัน  ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ 1  ตันต่อปี
8.เลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัวคนเดียว
เหตุผล: เพราะน้ำมัน คือแหล่งปล่อยคาร์บอนไดออกไซค์ที่สำคัญ  โดยมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 40
ทางแก้ไข:  ควรจัดระบบ car  pool รวมทั้งหันมาใช้จักรยาน รถขนส่งมวลชน หรือเดินให้มากขึ้น  เพราะจะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 1,000 ตันต่อวัน (ต่อปริมาณรถในกทม.  5.5 ล้านคัน)  นอกจากนี้รถขนส่งมวลชนยังมีประสิทธิภาพทางพลังงานมากกว่ารถยนต์ส่วนตัวถึง 3 เท่า และยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ได้ถึง 8 เท่าอีกด้วย
9.เลือกซื้อของที่ผลิตในประเทศ
เหตุผล: เพราะการซื้อสินค้าต่างประเทศต้องสิ้นเปลืองพลังงานในการขนส่ง  บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่าย
ผลที่ได้รับ: การใช้ของที่ผลิตในประเทศจะช่วยลดค่าหีบห่อและค่าขนส่ง  ทำให้สามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซค์ที่จะเกิดขึ้น  และเงินตราไม่รั่วไหลอีกด้วย
10.กินผักแทนเนื้อสัตว์ให้มากขึ้น
เหตุผล: การทำปศุสัตว์  คือแหล่งที่ทำให้เกิดก๊าซมีเทน  ไม่ว่าจะเป็นการแผ้วทางพื้นที่ป่าเพื่อทำฟาร์มปศุสัตว์ หรือ  การขับถ่ายของเสียจากสัตว์ ล้วนทำให้เกิดการแพร่กระจายของก๊าซเรือนกระจก  ในชั้นบรรยากาศ ถึง 18 เปอร์เซ็นต์
ผลที่ได้รับ: ถ้าเราลดการผลิตเนื้อสัตว์ทุก ๆ 1 กิโลกรัม  จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับคาร์บอนไดออกไซค์ ได้ 3-4 กิโลกรัม
 
 
ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยกัน
 
อย่าลืมนะ
 
โลกสวยด้วยมือเรา
 
ที่มา : http://www.gmmcoolearth.com/
 
26 giugno

: : : ระยะห่าง..........: : :

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา
บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป
..................
แต่บางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น...

จากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
..................
บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย หรือ
คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่...
..................
บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนคุ้นเคย...
...................
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ..
ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ ...
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ..
....................


แต่ในทางกลับกัน..
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ..
กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ..
......................
แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่ ..
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ..
ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก..
....................
ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน..

เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน
1 ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ..

และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ..
....................
กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง

กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป..

แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด..

.....................

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ..
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม...
กับบางคนเราก็ต้อ! งการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน..
.....................
ขณะที่บางคนวิ่งตาม
ล้มลุกคลุกคลานและเจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า
และขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน..

เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม
พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ..
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน ..
ไม่เคยรับรู้ว่า

ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน
แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ..
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ ....
.............................


การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน...

บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต..
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม..

ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่าง! ให้เป็นหน้าที่ของเวลา

ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง
ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย...
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหารย์..
.................................

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป

เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า
ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง

เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไปเพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน
เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี..เสียอีก..
........................................


แล้วคุณ ๆ เล่า เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง
ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม..

เคยรู้สึกไหมว่า บางที ความห่างไกล กับ ระยะห่างของความรู้สึก
กลับเป็นตัวแปรผกผันกัน

เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม.???

เคยคิดกันบ้างไหมว่า ระหว่างคนพยายามเดินหนี คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับ! เท่าเดิม คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน ...


อาจเป็นเพราะ .... โลกกว้างเกินไป
หรือไม่ .... หัวใจเราแคบเกิน
"ก็จริงเน๊อะ" ไม่ทราบผู้แต่ง จาก FW.Mail
 
01 giugno

: : the classic : : classic love, pass love forward : :

" love "
...
canon in D
...
nuh eh ge nan na eh ge nun
...
pass the love forward  ส่งต่อความรัก
...
 
เกี่ยวอะไรกันเนี่ย
 
ก็ลองฟังเพลงที่กำลังได้ยินอยู่ในตอนนี้ดูสิ
 
เพลง 3 เพลงนี้ มันคือความรัก ที่ส่งต่อถึงกันและกัน
ส่งมันไปถึงคนทุกคน
คน ที่ยืนหยัด อยู่บนโลกเอียงๆใบนี้
 
canon in D
เพลง classic
ที่ไม่ว่าได้ยินเมื่อไร ก็ถ่ายทอดเรื่องราวความรักผ่านตัวโน้ตเป็นคลื่นเสียง
ล่องลอยผ่านไปในตัวกลางอย่างอากาศ
และซึมซับเข้าสู่ดวงใจทุกๆดวง
 
คนแต่ละคน
ที่ได้รับรู้ถึงคลื่นเสียงเหล่านั้น
คงมีความรู้สึกแตกต่างกันไป
บางคนว่า ... เพลงนี้มันเศร้า
บางคนว่า ... เพลงนี้ทำให้คนฟังเหมือนล่องลอยอยู่ในอะไรบางอย่าง
คงล่องลอยอยู่ใน "ความรัก" ล่ะมั้ง
 
แต่สำหรับคนบางคน
เพลงเพลงนี้ ทำให้รู้สึกว่า
เศร้า
...
แต่ในความเศร้านั้น ยังคงมีรอยยิ้ม
 
เสน่ห์ของเพลงโดยแท้แล้ว
 
เนื้อร้องของเพลงแห่งความรัก
เกาหลี หรือ ไทย
ก็ล้วนแล้วแต่ถ่ายทอดความรักมาหมดสิ้น
 
เพลงอีกสองบทที่คุณได้ยิน
มันคือความรัก
ที่แปรรูปจากตัวโน้ตโดดโดด
เป็นคำพูด
เป็นเสียงร้อง
ให้คุณ ได้สัมผัสรักได้ง่ายขึ้น
ให้รัก เข้าถึงคุณได้ง่ายขึ้นยังไงล่ะ
 
หุหุ
ช่างเป็นเพลงที่ส่งความรัก
ถ่ายทอดไป
จากคนหนึ่ง...สู่คนหนึ่ง
จากรุ่น...สู่รุ่น
 
รักน่ะ ดี
ส่งความรักให้กัน
ดีแล้ว
จริงมั๊ย
 
อยากเห็นโลกนี้มีแต่ความรัก
...
ให้จักรวาลแห่งนี้มีแต่ความรัก
 
 
 
 
 
 
03 maggio

: : the classic :: the memory of clasical love : : : :

คุณเคยมีความทรงจำดีดี เกี่ยวกับ "ความรัก" มั๊ย
 
ถ้าหากคุณเคยได้พบเจอกับเรื่องราวความรักเฉกเช่นภาพยนตร์เรื่อง the classic
รับรองได้ว่าคุณจะเข้าใจคำว่า "ความรัก" มากขึ้นอีกแน่นอน
 
the classic
เรื่องของเรื่อง มันเริ่มตรงที่ว่า Ji hae เกิดไปตกหลุมรักผู้กำกับละครเวทีสุดหล่ออย่าง Sang min
แต่ความรักของเธอก็ดันมีอุปสรรคอันใหญ่หลวง ก็บังเอิญว่าเพื่อนสนิทของเธอน่ะ ดันไปชอบ sang min เหมือนกันน่ะสิ
 
และแล้ว วันหนึ่ง ji hae ก็ไปเจอ "กล่องความรัก" ของแม่เธอเข้า
ภายในมีจดหมายรัก และ สมุดบันทึก
เมื่อเธอเปิดอ่านดูจึงได้รู้ว่า
อุปสรรคในรักครั้งนี้ของเธอ เทียบไม่ได้เลยกับความยากลำบากกว่าจะได้รักกันของ Joo hee และ Joon ha
 
ฉากทุกฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้ ช่างสำคัญไปหมด ทุกฉากทุกตอนล้วนมีความหมาย
แม่น้ำสายนั้น  เรือที่พายไม่ไป  บ้านผีสิง
สายรุ้ง เปียโน
สร้อยคอ
 
ไหนจะเสาไฟหน้าบ้าน สะพานข้ามคลอง หิ่งห้อย
 
ภาพทุกภาพ มีความหมายอ่ะ
ของบางอย่าง แม้เป็นเพียงประกอบฉาก แต่มันก็แสดงถึงความไม่สมหวังในรัก
 
ความประทับใจหากใครได้ชม the classic คงหนีไม่พ้นฉากที่
ji hae วิ่งฝ่าสายฝนมาหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
และแล้ว sang min ก็วิ่งฝ่าสายฝนมาที่ต้นไม้ต้นนั้น
"คุณจะไปไหนครับ"
"ห้องสมุด"
"ไกลมั๊ย"
"ไม่ไกลหรอกค่ะ ถ้าลัดเลาะไปตามชายคาตึกคงไม่เปียกเท่าไหร่"
"ผมมีร่มวิเศษ คิดซะว่าเป็นชายคาตึก แล้ววิ่งเลยนะ"
คนสองคน ใต้การกำบังสายฝนของเสื้อ jacket
ขาสองคู่ที่วิ่งไปเป็นจังหวะพร้อมๆกัน
ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา
 
ยิ่งไปกว่านั้น
คุณรู้มั๊ยว่า sang min ทิ้งร่มไว้ที่ร้านอาหาร เพราะเห็น ji hae ยืนหลบฝนอยู่ใต้ร่มไม้นั่น!!!
...ซึ้งอ่ะ...
 
ยังมีอีกหลายฉาก ที่ทำให้คุณยิ้มได้ ร้องไห้ได้
และอยากให้เหตุการณ์แบบนั้น เกิดขึ้นกะเราบ้างจัง
 
ช่วงนี้ก็ใกล้จะฤดูฝนแล้ว แหม อยากวิ่งตากฝนแบบนั้นบ้างจัง อิ๊ อิ๊
 
อีกฉากซึ้งจนน้ำตาไหล คือฉากที่ joon ha กลับมาจากการไปรบ
แล้ว ตาบอด แต่แกล้งว่ายังตาดี ยังมองเห็น joo hee
--- สุดๆแล้วอ่ะ ร้องไห้เลย ---
 
ใครที่ดูแล้ว ดูอีกก็ดีนะ เก็บรายละเอียดกัน
และเพิ่มความประทับใจด้วยไง
 
ส่วนใครยังไม่เคยดู ก็ลองดูนะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
 
อันนี้สิ เด็ด
 "เมื่ออาทิตย์สาดส่องท้องทะเล เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ  เมื่อจันทร์สาดแสงในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อนั้นผมคิดถึงคุณ"
01 maggio

เพื่อนสนิท

 เพื่อนสนิท

 ก็คือ...เพื่อนธรรมดาๆคนนึง ที่ดันสนิทกันมากกว่าเพื่อนธรรมดาๆทั่วๆไป
 ... ซึ่งมันก็ต้องมีอะไรหลายๆอย่าง   ที่คล้ายๆกับเรามากกว่าเพื่อนคนอื่น
 ... ถึงจะมาสนิทกันได้

... บางที อาจไม่ใช่นิสัย
 ... บางที อาจไม่ใช่หน้าตา
 ... บางที อาจไม่ใช่ฐานะ
 ... บางที อาจไม่ใช่ระดับความรู้
 ... แต่มันอาจจะมีอะไรบางอย่าง ที่ต้องเป็น
มั น ค น นี้ เ ท่ า นั้ น ที่ มี

... บางครั้ง    ... เราก็ไม่ไป ที่ที่เราอยากไป     ... เพียงเพราะว่า มันไม่ไปด้วย

 ... บางครั้ง ... นั่งเงียบอยู่ได้ตั้งนาน แต่แค่เห็นหน้ามัน ... น้ำตาที่กลั้นไว้แทบตาย กลับทะลักออกมาได้จนหมด
 
 ... บางครั้ง   ... ถ้ามีเสียงหัวเราะของมันด้วย ... เราจะหัวเราะได้ดังกว่านี้
 
 ... บางครั้ง ...ร้อยคำปลอบใจของใครก็ไม่รู้ ... ยังอุ่นใจไม่เท่ามือมันที่แค่ตบเบาๆที่หัวไหล่
 บอกเป็นนัยๆว่า
 กรูอยู่ตรงนี้


 ชอบคำๆนึงที่บอกว่า
 . . . . . เ ร า ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ น แ ค่ เ พื่ อ น . .. . . แ ต่ เ ร า เ ป็ น ตั้ ง เ พื่ อ น ต่ า ง ห า ก . .
 
 ...เพราะเพื่อนมีความสำคัญมากๆ    ... มากจนบางคนแยกไม่ออก เอาไปเปรียบเทียบกะแฟน     ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน
 ... ทั้งๆที่มันคนละเรื่องกันเลย
 
 ... แต่เมื่อเวลาที่เราอยู่ในห้วงของความรัก ... เพื่อน ... จะกลายเป็นส่วนเกินของโลกส่วนตัวเราทันที
... ไอ่เพื่อนสนิทผม มันคงจะชินแล้ว ... ที่เวลาผมมีรักทีไร ผมก็จะห่างๆมันไปทุกที
 ... เวลาที่จะกลับมานึกถึงมันได้อีกที... ก็ตอนอกหักนู่นแหละ
 
 ... ก็เคยคิดเหมือนกันนะ ... ถ้าเราเป็นมัน จะรู้สึกยังไง
 
 ... คงจะประมาณว่า ... "แม่ง ... พอมีแฟนก็ลืมเพื่อน" ... นี่ กะกรูไม่เคยช่วยห่ าไรเลย ทีกะแฟนแมร่งแทบถวายหัว"
 ... "ต้องเลิกกะแฟนก่อนถึงจะจำเบอร์โทรกรูได้ใช่ไหม สราดดด"
 
 ... คิดๆดูแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ... เพราะเวลาที่กำลังมีความสุขในห้วงของความรัก
 ... ก็แทบไม่ได้จะไปเที่ยวไหนกับมันเลย ...นานๆถึงจะได้คุยกันที
 ... แต่พอผิดหวัง พอเจ็บตัวขึ้นมา ... นาทีนั้นอยากกดโทรศัพท์ไปหามันก่อน... อยากให้มันรับโทรศัพท์ก่อน
... ซึ่งบางทีมันนอนไปแล้วผมก็จะไล่มันกลับไปนอน ... ไม่ต้องตื่นขึ้นมาฟังเรื่องราวใดๆทั้งนั้น
 ... ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่มันรับโทรศัพท์ ก็พอแล้ว
... แบบนี้ละมั้งที่เค้าว่า

 ... 'เพื่อน         คือคนที่สามารถนั่งอยู่ด้วยกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ'

 ... 'แต่ลุกจากกันไปได้เหมือนคุยกันไปนับล้านคำ'

'เพื่อน'

 'คือคนที่เมื่อเราสุข เราไม่เห็นมันอยู่ในสายตา'

 . . . 'แ ต่ เ ป็ น ค น ไ ม่ มี วั น ป ล่ อ ย ใ ห้ เ ร า ล้ ม ลง

 ไ ม่ ว่ า เ ร า จ ะ ไ ป

 เ จ็ บ ม าจ า ก ไ ห น . . .

29 aprile

welcome back to khimkhim's space

สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนานจริงๆแหละนะ
ไม่คิดเลยนะว่าจะมีเพื่อนๆเข้ามาแวะใน พื้นที่เล็กๆของเค้ามากขนาดนี้
 
วุด เค้าจะอัพแล้วนะ ไม่ปล่อยให้อืดแน่นอน
ก๊อบแก๊บ เค้ามาอัพแล้วนะจ้ะ ว่างๆก็เข้ามาเล่นนะ คิดถึงเพื่อนสาวเหมือนเดิมจ้า
 
และต้องขอบคุณสุดๆ สุดๆจากใจจริง บุ๋มบิ๋ม ที่กระตุ้นเค้าไม่รู้กี่รอบว่ามาอัพได้แล้ว
แถมยังสอนวิธีเอาเพลงเพราะๆมาลงในพื้นที่เล็กๆตรงนี้ด้วยสิ
 
และเพลงนี้ ชื่อเพลงว่า canon in D
เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Classic
 
เค้าว่าเพลงมันเศร้าๆดีนะ แต่ในความเศร้านั้นก็ยังยิ้มได้อ่ะ แปลกดีนะ
เพลงเพลงเดียวให้ความรู้สึกเศร้าและสุข ทำได้ไงเนี่ย
เจ๋งว่ะ
 
ส่วนคนอีกคนนึงที่ทำให้เค้าปลื้มเพลง canon มากมายขนาดนี้
คงต้องขอบคุณกันหน่อยแล้ว
ก็คนที่ทำให้เค้าได้รู้จักกับหนังเรื่อง The Classic ยังไงล่ะ
ศุภรุจ
หรือพี่รุจนั่นเอง ขอบคุณนะคะที่แนะนำหนังดีๆอย่างงี้
ยืมมาตั้งนานเพิ่งจะได้ดูเนี่ยแหละ แล้วก็ประทับใจทั้งตัวหนังเองและเพลงประกอบด้วย
ว้าว สุดๆไปเลยพี่
 
สำหรับคำแนะนำของเพื่อนที่อุตส่าห์ build มาว่าเขียนเรื่อง classic ลงใน space สิ
เค้าคงต้องขอติดไว้ก่อนล่ะ เพิ่งดูไป 2 รอบเอง ยังเก็บรายละเอียดไม่หมด
ขอเวลาไปดูอีกซักรอบสองรอบก่อนนะ แล้วคงจะมาเขียนความประทับใจได้ล่ะ
เค้าว่าฉากทุกฉากในหนังเรื่องนี้มันสำคัญทุกฉากเลยนะ มัน link กันไปหมดเลย
ขอเวลาอีกหน่อยละกัน
 
เจอกันค่ะทุกคน
 
 
22 gennaio

ปลายด้ายแดง.....มีใครรอเราอยู่.....จริงเหรอ???

....ในหลายๆ ความเชื่อเกี่ยวกับความรัก และคู่ชีวิต ..

ความเชื่ออันนึงที่เชื่อว่า.. คู่ชีวิตที่แท้จริง

จะมีด้ายสีแดงผูกที่นิ้วก้อยข้างซ้าย เชื่อมกันไว้

รอจนวันนึง..ด้ายสีแดงนี้จะนำให้เขาทั้งสองมาพบกัน

และรักกันในที่สุด..

....หลายๆ คนอาจจะเชื่อ

แต่คงไม่เชื่อมากเท่าผมแน่ๆ..

เพราะผมเห็น...

เห็นด้ายสีแดงที่นิ้วก้อยข้างซ้ายของผม..

ด้ายที่ผูกติดตัวมาตั้งแต่จำความได้..

ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าปลา

ว่าปลายอีกข้างนึงของมัน จะผูกติดกับใคร ๆ

นั่นแหละคือสาเหตุที่ผมเดินทางหาปลายอีกด้านนึงของมัน..
.....เด็กหนุ่มคนนึงที่ต้องการตามหาสิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตของเขา..

ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่เค้าตามหาจะอยู่ไกลขนาดไหน..

และไม่รู้ว่าจะมีหรือไม่..

แต่เค้าก็เริ่มเดินทาง..

การเดินทางไปตามด้ายสีแดงตรงปลายนิ้วก้อย..การเดินทางที่รู้ทางเดิน.. แต่ไม่รู้จุดหมาย..

.....ผมเดินทางไปตามเมืองต่างๆ ที่ด้ายสีแดงของผมพาดผ่าน.

ได้พบ ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่มีทางจะได้เจอในเมืองของผม

ใจนึงก็คิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่ดี..

แต่มันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง..

เป้าหมายของผมคือ.. ปลายด้ายสีแดง...

.....และแล้วผมก็ได้เพื่อนร่วมเดินทาง..

เมื่อวันนึงผมพบกันผู้หญิงที่ตามหาปลายอีกด้านนึงของด้ายแดงเหมือนกัน..

แต่เธอคงไม่ใช่ปลายด้ายแดงของผมหรอก..

เพราะด้ายแดงของผมยังไปอีกไกล...

.....เราพบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

และก็ไม่ได้เป็นการพบกันที่ทำให้ผมพอใจมากนัก..

บอกตรงๆ เธอไม่ใช่ผู้หญิงในสเปคของผมเลย..

แถมเราทะเลาะกันตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

แต่เราก็ร่วมเดินทางด้วยกัน

เพราะด้ายสีแดงของเธอกับของผมมันไปทางเดียวกันน่ะสิ.
.....ก็ยังดีนะ ที่ผมไม่ได้เดินทางคนเดียว

อย่างน้อยก็มีเพื่อนร่วมทาง

ที่เห็นและตามหาปลายอีกข้างนึงของด้ายแดงเหมือนกัน..

....การเดินทางร่วมกันของเราทำให้

ผมเห็นตัวจริงของผู้หญิงคนนี้มากขึ้น..

เป็นตัวจริงที่น่าเคารพ น่าให้เกียรติในฐานะผู้หญิงคนนึง..

จะว่าไปเธอก็นิสัยดีนะ

ตอนที่ทะเลาะกันครั้งแรกคงเป็นการเข้าใจผิดซะมากกว่า

ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอเริ่มดีมากขึ้นเรื่อยๆ..

มีอยู่ครั้งนึงที่ผมคิดว่าถ้าปลายด้ายแดงอีกข้างนึงของผม

ไปหยุดอยู่ที่นิ้วก้อยของเธอก็คงจะดี..

มันก็ไม่แน่นะ..

ถ้าเป็นจริงผมก็คงมีความสุข.. แต่ถ้าไม่ใช่ ..

ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นผู้หญิงที่วิเศษกว่าเธอคนนี้แน่ๆ ..

ยิ่งผมได้รู้ว่าเพื่อนร่วมเดินทางของผมเป็นผู้หญิงที่วิเศษเพียงใด

ผมก็ยิ่งอยากให้ผมเจอปลายด้ายแดงของผมไวๆ ..

ผู้หญิงที่ดีกว่าผู้หญิงคนนี้

ผู้หญิงที่เป็นเนื้อคู่ของผมจะเป็นยังไงน๊า..
.....นานขนาดไหนก็ไม่รู้ที่เราร่วมเดินทางด้วยกัน..

ผมยอมรับว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ดีที่สุด..

เราช่วยเหลือกันมาตลอด..

แต่มันก็คงจะสิ้นสุดแล้วล่ะ.. เพราะด้ายแดงของผมกับเธอ มันแยกกัน..

ตรงทางแยกพอดี..

ทางแยกนี้มันแยกไปสู่เมืองสองเมือง ..

ด้ายของผมแยกไปทางขวา..

มุ่งสู่เมืองบนยอดเขา

ซึ่งผมเชื่อว่าคงเป็นปลายด้ายของผมแล้วล่ะ ..

เพราะเมืองนี้อยู่ยอดเขาพอดี..

ส่วนของเธอแยกออกไปที่เมืองข้างล่าง..

.....เรายืนคุยกันตรงทางแยกซักพักนึง

เพื่อกล่าวคำอำลาและแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน

เราจะได้เจอจุดหมายของเราซักที..

ข้อตกลงสุดท้ายของเราก่อนจะแยกจากกันคือ

เราจะกลับมาเจอกันที่ตรงทางแยกนี้

ไม่ว่าจะเจอ หรือไม่เจอปลายด้ายแดงก็ตาม..

เราตกลงกันตามนี้..

แล้วเราก็แยกทางกัน....

.....ผมรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องกลับมาเดินทางคนเดียว

ทำให้ผมไม่ดีใจมากนักที่รู้ว่า

ปลายด้ายของผมจะไปสุดตรงที่เมืองตรงยอดเขา
ผมเดินแยกจากเธอไปช้าๆ.. ในหัวมีแต่เรื่องต่างๆ

ที่เกิดขึ้นตอนที่เราเดินทางด้วยกัน..

ความประทับใจต่างๆ

ที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทาง.. ความรู้สึกดีๆ

ที่เรามีให้กัน.......และแล้วผมก็หยุดเดิน ..

หยุดห่างจากทางแยกไม่ไกลเท่าไหร่..

แล้วผมก็วิ่งกลับไปยังทางแยกนั้นอีกครั้ง..

ไม่มีเหตุผลที่ผมทำแบบนี้เลย..

แต่ก็ทำ.. ผมกลับไปถึงทางแยกนั้นอีกครั้ง..

ซึ่งเธอก็นั่งอยู่ที่นี่อยู่ก่อนแล้ว..

.....เรานั่งคุยกันซักพัก..

ผมบอกเธอไปว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงกลับมา..

ส่วนเธอ.. เธอบอกว่าเธอกลัว..

กลัวว่าจะไม่มีใครตรงปลายด้ายแดงของเธอ

แล้วเธอก็ร้องไห้..

เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอร้องไห้..

.....สิ่งที่ผมภูมิใจมากกว่าตัดสินใจการออกเดินทางตามหาคู่ชีวิตของผม

..คือการตัดสินใจครั้งนี้แหละ..

ผมเช็ดน้ำตาให้เธอ .. ตัดด้ายแดงของผม และเธอออก

แล้วผูกเข้าด้วยกัน...

ผมไม่รู้หรอกว่าเธอจะโกรธผมรึเปล่าที่ผมทำแบบนี้..

อยากจะถามเธออยู่หรอก

แต่เธอก็ร้องไห้ไม่หยุด.. และกำลังกอดผมอยู่...
24 dicembre

T1/2......Half Life ครึ่งหนึ่งของชีวิต

ชีวิตของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ทั่วๆไป จะมีช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยอยู่ 5 ปี
คือว่า เรียน 5 ปี จึงจะจบครบตามหลักสูตร
จบแล้ว ก็จะได้ออกไปเป็นเภสัชกรที่ดี ต่อไป
จะว่าไปครึ่งทางของการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยก็คือ 2 ปีครึ่งสินะ
หรือประมาณๆ ก็คง 3 ปี
เช่นในวันนี้ วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2549
นักศึกษาเภสัชศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น รุ่นที่ 23
ได้จัดกิจกรรมดีๆที่เรียกว่า Half life ขึ้น
Half Life ก็คือ ครึ่งชีวิต
ถ้าเราเป็นยา เราก็สลายไปครึ่งนึงแล้วสินะ
นี่เราเป็นนักศึกษา ชีวิตนักศึกษาก็สลายไปครึ่งนึงแล้วน่ะสิ
แต่กิจกรรมที่เราทำร่วมกันในวันนี้ เป็นกิจกรรมดีดี ที่น่าประทับใจจริงๆ
 
เช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2549
หน้าสโมสรนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ เด็กเภสัชปี3 หลายสิบชีวิต นั่ง+ยืนกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง
รอเพื่อนๆ เพื่อเดินทางไปโรงเรียนศรีสังวาลย์
โรงเรียนของน้องๆผู้ด้อยโอกาส...พิการทางร่างกาย แต่ไม่พิการทางจิตใจนะ
เราไปร่วมกิจกกรมกีฬาสีของน้องๆ
3สี ก็3ภาค พอดี
น้องสีฟ้า......พี่ภาคสมทบ
น้องสีแดง......พี่ภาคภาษาอังกฤษ
น้องสีเหลือง......พี่ภาคปกติ
กีฬาหลากหลายชนิดถูกนำมาแข่งขัน
วิ่งแข่ง wheel chair...... กลิ้ง บนเบาะ .......วอลเลย์บอลลูกโป่งน้ำ
ดีนะ ทำอะไรดีๆเพื่อสังคมแบบนี้
แค่นี้ก็คุ้มแล้ว
 
ตอนบ่าย
เพื่อน แยกย้ายกันไป แต่งตัว แต่งหน้า เพื่ออะไรเหรอ?
เพื่อมาถ่ายรูปร่วมกับ เพื่อน ไง
เนื่องในโอกาสที่เราเดินทางมาถึงครึ่งนึงของชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัย
เพื่อน แยกย้ายกันไป แต่งเวที จัดโต๊ะ เตรียมเครื่องเสียง เตรียมอาหาร เพื่ออะไรเหรอ?
เพื่อให้งาน Half Life ของเรา ออกมาดีที่สุด
เนื่องในโอกาสที่เราเดินทางมาถึงครึ่งนึงของชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัย
เพื่อนๆ จะได้มีความสุขกับงาน ครึ่งชีวิตมากๆไง
 
ตกค่ำ
ลานจอดรถ หลังอาคารใหม่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
งาน Half Life Party เริ่มขึ้น
แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป วูบวาบ
เพื่อน แต่งตัวสวยงาม ละลานตา
ถ่ายภาพ ถ่ายภาพ และถ่ายภาพ
ถึงเวลาเปิดงานอาจารย์กล่าวเปิดงานให้พวกเรา
เพื่อน ยังคงถ่ายภาพ
เพื่อน บอกเราว่า ทานอาหารได้แล้วจ้ะ
เพื่อน กรูกันไปที่ซุ้มอาหาร
ตัก ตัก ตัก
ทาน ทาน ทาน
และแล้ว...การแสดงของภาคปกติ ก็เริ่มขึ้น
ขอบคุณนะ ที่เพื่อน ดู และให้กำลังใจกัน
มากมายขนาดนี้
ขอบใจจริงๆ สำหรับการชมการแสดง
และเสียงกรี๊ด เสียงปรบมือ มันคือรางวัลสำหรับคนเตรียมงานมาจริงๆ
 
และแล้ว...การแสดงของภาคสมทบ ก็เริ่มขึ้น
ขอบคุณนะ ที่เพื่อน ดู และให้กำลังใจกัน
ทุกเสียงหัวเราะ ทุกรอยยิ้ม
ทุกเสียงเฮ
ขอบใจจริงๆสำหรับการชมการแสดง
 
และแล้ว...การแสดงของภาคภาษาอังกฤษ ก็เริ่มขึ้น
เป็นการแสดงที่เพื่อนตั้งใจทำมากๆเลยนะ
เพื่อนที่นั่งดูอยู่ทุกคน รับรู้ได้เลยว่าเพื่อน ตั้งใจซ้อม ตั้งใจมาแสดง จริงๆ
 
และแล้ว...วงดนตรี ของชั้นปีเราก็เริ่มแสดง
สนุกมากๆ
เพื่อน เต้นกัน
เพื่อน ตั้งใจเล่นดนตรี ตั้งใจร้อง
เพื่อน ตั้งใจมาเล่นให้ เพื่อน ดู ให้เพื่อนเต้น ให้เพื่อนสนุก
สนุก และมันส์
ใครจะว่าไม่มันส์ แต่ เพื่อน ขอบอกว่า มันส์ สนุกสุดๆ
 
และแล้ว...ภาพเก่า สมัยเรายังเอ๊าะๆ ก็ถูกนำมาฉาย
จนกระทั่ง
เจ้าของเวที เค้าถอดปลั๊กออก
ภาพเก่า เรายังดูไม่จบ
งาน Half Life Party ของเรา จบ
จบด้วยเพลงศักดิ์ศรีเภสัช
เพลงที่เราร้องมาไม่รู้กี่รอบ
เพลงที่ทำให้เราเป็น รุ่นที่ 23 ในวันนี้
ร้องด้วยกันแบบเพื่อนเพื่อน
แม้ไม่ครบ รุ่น แต่ก็ไม่เป็นไรนะ
 
งานจบ
จบด้วย เพื่อนเรา เก็บโต๊ะ เก้าอี้ เครื่องเสียง
รอยยิ้มของ เพื่อน ทุกๆคน
จบ ด้วยการโบกมือลา
บ๊าย บาย ไปก่อนนะ
กลับดีๆนะ
บ๊าย บาย
20 agosto

หลากหลายอารมณ์ของแต่ละกรุ๊ปเลือด WOW!

ไปอ่านเจอในเว็บสนุกมาอ่ะ รู้สึกว่าตรงมากๆ เลยอยากมาแปะไว้ ใครๆแวะมาจะได้อ่านดูว่าตรงกะตัวเองบ้างมั๊ย
ไปดูเลย
 
> ยามที่พูดคุยในหมู่เพื่อนๆ

กรุ๊ป A
คุณเม้าท์เก่งมากในหมู่เพื่อนๆ เรียกว่าเป็นจุดศูนย์กลางในการพูดคุยเลยทีเดียว เวลาจับกลุ่มคุยกัยทีพูดกันได้เป็นชั่วโมงเชียวล่ะ

กรุ๊ป B
คุณเป็นคนสนุกสนาน เวลาพูดชอบออกท่าทางประกอบ ทำให้เพื่อนๆ เ ข้าใจและคล้อยตามไปด้วย ดึงดูดความสนใจผู้คนได้ดี

กรุ๊ป AB
คุณชอบเป็นฝ่ายฟังเสียมากกว่า ทุกคนจึงชอบพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ ให้ฟังอยู่เรื่อย แต่บางทีการที่วิจารณ์คนอื่นตรงไปตรงมาก็อาจทำให้คนไม่ชอบคุณบ้างเหมือนกัน

กรุ๊ป O
ชอบเป็นจุดเด่นเชียวนะคุณ ถ้ามีคนสนใจล่ะก็ถึงไหนถึงกันสิ ถ้าใครทำเป็นว่าไม่สนใจ ก็จะฉุนกึ๊กขึ้นมาทันที


> ยามที่ทะเลาะกับชาวบ้าน

กรุ๊ป A
คุณเป็นคนเยือกเย็น สุขุม ไม่ชอบเถียงใครให้วุ่นวาย เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณไม่พอใจใครก็จะใช้สายตาปราม อย่างมากก็จะตำหนินิดๆ หน่อยๆ แค่นั้นเอง

กรุ๊ป B
ถ้าคุณโมโหขึ้นมาล่ะก็ ไม่เห็นแก่หน้าใครหรอก เป็นลูกระเบิดย่อม ๆทีเดียว ใครทะเลาะกับคุณนี่ถือว่าซวยจริงๆ ว่างั้นเถอะ

กรุ๊ป AB
คุณไม่ชอบเรื่องทะเลาะนักหรอก ส่วนมากถ้ามีเรื่องกันก็ไม่ใช่ คุณที่เป็นฝ่ายก่อเรื่องก่อน ความใจเย็นของคุณจะทำให้ระงับสติอารมณ์ได้มากเมื่อต้องวีนกับใคร

กรุ๊ป O
บู๊มากเลยนะคุณนี่ ต่อให้สู้กับใครก็ไม่ถอย วีนกับเขาได้ทุกรูปแบบ ถ้าเถียงกับใครล่ะก็ ไม่มียอมง่ายๆ หรอก นอกจากจะแพ้ชนะกันไปข้างหนึ่ง เฮ้อ เหนื่อยแทน


> เรื่องราวของความรัก

กรุ๊ป A
คุณเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าที่จะแสดงให้เขารู้ว่าคุณมีใจให้ ดังนั้นคนกรุ๊ปนี้ส่วนใหญ่จะไม่สามารถสมหวังในความรักได้อย่างรวดเร็ว เพราะมักต้องใช้เวลาพอสมควรในการตัดสินใจ

กรุ๊ป B
หากคุณสนใจใคร คุณก็มักคิดหาวิธีในการเชื่อมสัมพันธ์กับเขาได้อย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งการไม่คำนึงถึงสภาพการณ์จะทำให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีในสายตาคนอื่น

กรุ๊ป AB
คุณมักทำให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาคุณเองมากกว่าคุณจะเป็นฝ่ายติดต่อกับเขาก่อน คุณจึงมักถูกตามตื๊อขอความรักจากชายหนุ่มมากมาย

กรุ๊ป O
คุณเป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมา รักใครแล้วคุณก็จะแสดงออกเปิดเผยกับเขาตรงๆ เชื่อมสัมพันธ์กับเขาทันที เป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้ง ก็ควรคำนึงถึงจิตใจเขาด้วยว่าเขาคิดกับคุณในแบบที่คุณคิดหรือเปล่า


> เวลาเฮิร์ท

กรุ๊ป A
หากมีเรื่องที่ทำให้คุณต้องเสียใจ คุณก็จะเฝ้าครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทำให้คุณเสียใจ ตลอดเวลา และคุณจะไม่สามารถทำใจได้จนกว่าคุณจะยอมรับในเรื่องนั้น คุณเป็นคนที่ลืมอะไรได้ยาก เพราะนิสัยของคุณเป็นคนคิดมาก

กรุ๊ป B
คุณเป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน หากคิดจะทำอะไรแล้วก็จะทำทันทีโดยไม่ยั้งคิด แต่เมื่อคิดได้ก็มักสายเกินแก้จนต้องเสียใจภายหลัง และเป็นเรื่องที่จะทำให้คุณรู้สึกเสียใจไปตลอด

กรุ๊ป AB
ถึงแม้เป็นเรื่องที่ทำให้คุณต้องเสียใจ แต่คุณก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นกลุ่มที่มักไม่ค่อยแสดงอาการเสียใจออกมาให้เห็น

กรุ๊ป O
คุณเป็นคนไม่ชอบครุ่นคิดในเรื่องเล็ก ๆน้อยๆ เรื่องที่ทำให้เสียใจ คุณก็สามารถทำใจได้อย่างรวดเร็วและลืมไปได้ในเวลารวดเร็ว


> ความขยันเรื่องเรียน

กรุ๊ป A
คุณเป็นคนรอบคอบจริงจังในเวลาทบทวนตำราเรียน คุณจะนั่งทบทวนจนถึงกับลืมเวลาไปเลย ดังนั้นคุณควรแบ่งเวลาให้ถูกต้องด้วย

กรุ๊ป B
ความขยันมักขึ้นกับอารมณ์ของคุณ เพราะคุณมักมีนิสัยที่เปลี่ยนใจง่าย ดังนั้นผลการสอบที่ออกมามักขึ้นกับอารมณ์ของคุณตอนช่วงที่ดูตำราก่อนสอบเสมอ

กรุ๊ป AB
คุณชอบเตรียมวางแผนในเรื่องต่างไว้ล่วงหน้าเสมอ แต่บางครั้งก็ไม่สามารถทำตามแผนการที่วางแผนไว้ได้ หากยึดมั่นตามแผนการเกินไปกลับจะเป็นผลเสียมากกว่า ดังนั้นคุณไม่ควรหักโหมจนเกินไปทำเท่าที่คุณสามารถทำได้

กรุ๊ป O
ในเรื่องที่คุณไม่ชอบ คุณจะรอจนกว่าใกล้ๆ เวลาแล้วจึงค่อยทำ เช่นการสอบ คุณมักรอจนกว่าใกล้สอบแล้วจึงค่อยอ่าน โดยเฉพาะวิชาที่คุณไม่ชอบ แต่หากคุณมีความพยายามคุณก็สามารถทำได้ดีทีเดียว


> ถ้าอยากให้เขาดีใจ

กรุ๊ป A
บอกเขาด้วยการแสดงออกและกิริยาเว่อร์ สิ่งที่จะทำให้คนกรุ๊ป A ดีใจก็คือคุณนั่นเอง บอกให้เขารู้ว่าคุณมีความสุขมาก
เมื่ออยู่กับเขาด้วยการแสดงออกทางสีหน้า และท่าทางเว่อร์ๆ ใช่แล้วต้องสอพลอเขาหน่อยล่ะ

กรุ๊ป B
ต้องการคนคุ้มครอง คนกรุ๊ปเลือดนี้ เป็นพวกที่ชอบไปงานเทศกาล ถ้าชวนเขาไปงานวันเกิด ไปเที่ยวปิกนิก ทำกิจกรรมล่ะก็จะตื่นเต้นยินดี๊ ยินดี นอกจากนี้ก็ยังมีนิสัยเด็กๆ อยากได้คนมาปกป้องดูแลและเป็นที่ปรึกษา

กรุ๊ป AB
ชอบลูกยอ คนกรุ๊ป AB จะดีใจมากเลยถ้าคู่สนทนาตั้งใจฟังเรื่องที่เขากำลังพูดอยู่ และพูดตอบรับว่า "จริงด้วย!" "เข้า! ใจ เข้าใจแล้ว" ก็ชมเขาเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรือเสื้อประดับ

<กรุ๊ป O
ชอบกินชอบคุย คนกรุ๊ป O ชอบกิน ชอบคุยมากที่สุด เชี่ยวชาญทางด้านการชิมเชียวล่ะ น้องๆ เชลล์ชวนชิมมาเอง เขาคงดีใจนะถ้าคุณคุยกับเขาเกี่ยวกับร้านอาหารที่มีของกินอร่อย หรือคุยเรื่องสนุกๆ และเป็นคนแพ้ของขวัญด้วยล่ะ


> วิธีปลอบใจเวลาเศร้า

กรุ๊ป A
สิ่งสำคัญสำหรับคนกรุ๊ป A ที่แสนจะเงียบขรึมก็คือ คำพูดปลอบใจอันหวานหู เมื่อเขารู้สึกขมขื่นคุณควรจะอยู่ใกล้ๆ เขาตลอดเวลา หรือโทรศัพท์ไปหาก็โอเคนะ

กรุ๊ป B
สำหรับคนกรุ๊ป B น่ะไม่ต้องไปปลอบใจเขาหรอก ไม่จำเป็นเลย ดีไม่ดีจะไม่ชอบใจเอาเสียด้วยซ้ำ ถ้าคุณใช้วิธีซื้อขนมหรือของขวัญให้เขา จะได้ผลกว่านะ

กรุ๊ป AB
มันเป็นเรื่องยากที่จะจับความรู้สึกของคนกรุ๊ป AB เวลาที่เขาเศร้า ก็ชอบที่จะเศร้าเงียบๆ คนเดียว ยิ้มให้เขา แค่นั้นก็พอ แล้วก็ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว

กรุ๊ป O
ดูภายนอกแล้วจะเป็นคนเข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริง คนกรุ๊ป O จะเป็นคนที่อ่อนไหวง่าย เขารอคอยคนที่จะพูดว่า"ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดีจ้ะ" ฟังเมื่อเขาระบายความขมขื่น กุมมือเขาไว้ด้วยก็ดี เขาจะได้รู้สึกอบอุ่น


> ทำอย่างไรให้เขาหายโกรธ

กรุ๊ป A
ถ้าโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก้อหายยากเลยล่ะ นี่แหละแบบฉบับความโกรธของคนกรุ๊ปนี้ เพราะเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น อย่าพยายามยับยั้งเขา แต่ปล่อยให้เวลาช่วยคลายอารมณ์

กรุ๊ป B
โกรธได้ไม่นาน อย่าไปสนใจเลยถ้าคนกรุ๊ป B เกิดโมโหโทโสขึ้นมา ถ้าขืนไปใส่ใจมาก จะยิ่งไปกันใหญ่ พยายามทำตามแบบเขาคือลืมๆ ไปซะ ยิ่งลืมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

กรุ๊ป AB
คนๆ นี้จัดการยาก เป็นคนชอบความมีเหตุผลแต่ค่อนข้างเข้าข้างตัวเอง ที่เขาโกรธถึงขนาดนั้นแสดงว่าเขามีเหตุผลของเขา ไม่ต้องจับเข่าคุยกันหรอก แต่ยอมก้มหัวขอโทษเขาเท่านี้ ความมีน้ำโหก็จะคลายลง

กรุ๊ป O
เป็นคนน่ากลัวเมื่อถูกทำให้โกรธ แต่ถ้ารู้ว่าสาเหตุคืออะไรก็จะหายทันที การอธิบายอย่างมีเหตุผลเป็นจุดสำคัญของคนกรุ๊ปเลือดนี้


> แบบไหนที่เขาจะสนุกสุดเหวี่ยง

กรุ๊ป A
สิ่งที่จะทำให้คนกรุ๊ป A ที่ชอบโหวกเหวกสนุกได้ก็คือ สรรหาคนที่เขาชอบรวมทีมกรี๊ดกร๊าดไปตามเรื่อง แต่ต้องเป็นทีมที่มีคนร้อนๆ นะ

กรุ๊ป B
เป็นคนที่มีพลังจะสนุกสุดเหวี่ยงเมื่อได้เคลื่อนไหวร่างกาย ชอบยุ่งกับการออกไปข้างนอก เล่นกีฬา มากกว่านั่งเล่นอยู่กับบ้านเฉยๆ

กรุ๊ป AB
ไม่ค่อยสนุกกับคนอื่นเขากหรอกแถมยังไม่ชอบกรี๊ดกร๊าดวุ่นวายกับคนอื่น แต่อย่าให้ได้จับไมค์เชียวนะ เป็นร้องไม่หยุด ไล่ไม่เลิกเลยทีเดียว

กรุ๊ป O
จะรู้ดีว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ตัวเองสนุกได้ โน่นคือความสนุกสนานที่ได้พูดคุย ทำให้คนอื่นร่าเริงแม้ว่าตอนนั้นสถานการณ์จะไม่ใคร่ดี คุณก็พูดคุยจ๊อกแจ๊กไปตามประสา
ไง ตรงป่ะ เค้าว่าตรงนะ เค้ากรุ๊ป O ล่ะ แล้วคุณล่ะ กรุ๊ปไร?
16 giugno

Inflammation of Relationship!!!

inflammation คือการอักเสบ
การอักเสบ เกิดจาก การที่เนื้อเยื่อได้รับ injury
ถ้าเนื้อเยื่อกำจัด injury นั้น ได้ทันท่วงที
ก่อน ที่ injury จะมาทำอันตรายแก่เนื้อเยื่อ
ก่อนที่มัน จะทำให้เนื้อเยื่อของเรา ตาย
เนื้อเยื่อของเรา ก็จะไม่ อักเสบ
 
แต่
ถ้าเรากำจัด มัน ออกไปไม่ทันท่วงที
เนื้อเยื่อ
ก็จะเกิดกระบวนการ กำจัด injury เหล่านั้น ออกไป
แน่นอน
ทุ่มทั้งแรงกาย แรงใจ ในการกำจัด
เนื้อเยื่อมันก็อักเสบ
ถูกทำลาย
บ้างเกิดแปลเป็น
บ้างก็ ไม่เกิด
 
อาการของการอักเสบ
ปวด บวม แดง ร้อน สูญเสียฟังก์ชั่นการทำงาน
5ประการหลักๆ
 
เชื่อว่า
ทุกคนคงเคยผ่านประสบการณ์
อักเสบ
มาบ้างแล้ว
 
แล้วคุณเคยผ่านประสบการณ์
มิตรภาพอักเสบ
บ้างมั๊ย
 
เปรียบง่ายๆ
ถ้าเราทุกคนคือเซลล์บุผิวแต่ละเซลล์
เรียงติดกันไป เกาะกันไว้ ไม่หลุด
แต่วันนึง
มันมีอะไรบางอย่าง
เข้ามากระตุ้น
ทำให้เซลล์แต่ละเซลล์ต้องห่างออกจากกัน
สารน้ำภายในเซลล์
ซึ่งถ้าจะเปรียบ ก็คงเทียบได้กับมิตรภาพ ความเป็นเพื่อนที่ คนที่เรียกกันว่าเพื่อนมีให้กัน
มันต้องไหลออกมาข้างนอก
ปวด บวม แดง ร้อน
และไม่ช้าไม่นาน ก็คงจะสูญเสียฟังก์ชั่น
ปวด....ใจ ทำไม เรื่องแบบนี้ ถึงเกิดขึ้นได้
บวม....ทุกคนก็แยกกัน ไม่อยู่ชิดกันเหมือนเก่า
แดง....เป็นไฟ ทั้งอารมณ์ ความคิด คำพูด ความรู้สึก
ร้อน....ใจ จนกว่าจะเย็น เมื่อได้ห่างกันไป
เพิ่มช่องว่าง
เพิ่มความห่าง
และในที่สุด
สูญเสียฟังก์ชั่น....สูญเสียความสามัคคี
สูญเสีย Unity นั่นแหละ
ก็ถ้าคอยประคับประคองกันไว้ตั้งแต่แรก
ไม่ปล่อยให้มิตรภาพมันอักเสบ
ทุกๆอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก
 
แต่ในเมื่อมันอักเสบไปแล้ว
คงอยู่ที่ทุกคนที่เรียกตัวเองว่า เพื่อน
แล้วล่ะ
ว่าจะรักษาให้ มิตรภาพ ที่มันอักเสบอยู่นี่
ให้หายไปยังไง
จะให้หาย แบบ resolution ไม่เหลือร่องรอยอะไร
หรือจะให้หาย แบบ scaring ที่ยังคงหลงเหลือไว้ซึ่งรอยแผลเป็น
เป็นหน้าที่ของเซลล์ทุกเซลล์
คุณจะทำอย่างไร
กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คุณจะแก้ จะจัดการยังไง
มันขึ้นอยู่กับคุณ
มันอยู่ในมือของคุณแล้ว
รอเพียงว่า
คุณจะแก้ไข จัดการ เมื่อไหร่ ต่างหาก
 
ถ้าตอนนี้มิตรภาพของคุณยังสบายดีอยู่
ดูแลไว้ดีๆนะ
อย่าปล่อยให้มิตรภาพของคุณ
อักเสบ
แล้วคุณจะรู้ว่า
การป้องกันมันง่ายดายกว่าการรักษานัก
06 giugno

If you were be drug, what drug you wanna be?

If you were be drug, what drug you wanna be?
ถ้าเปรียบคุณเป็นยา คุณอยากจะเป็นยาอะไร?
 
บางคนอาจอยากเป็น พาราเซตามอล
เพราะแก้ปวด ลดไข้
สารพัดประโยชน์จริงๆ
ใครๆก็นึกถึงก่อนเพื่อน
เอะอะอะไรก็เรียกหา พารา พารา
คุณว่างั้นมั๊ย
 
แต่ถ้าเป็นชั้นล่ะก็
ชั้นอยากเป็น
Chlorpheniramine
นะ
ทำไมน่ะเหรอ
ก็เพราะมันเป็นยาแก้แพ้น่ะสิ
ถ้าเราเป็นยาแก้แพ้
เราก็ไม่แพ้
คุณว่างั้นมั๊ย
 
ชั้นว่า Chlorpheniramine เป็นยาที่เก่งนะ
เอาชนะอะไรอะไรได้ตั้งหลายอย่าง
เธอ Chlorpheniramine
 เธอ ผู้ไม่แพ้
 
ชั้นว่าชั้นจะเป็นChlorpheniramine ล่ะ
ชั้นจะไม่แพ้
ชั้นจะไม่มีวันยอมแพ้
จะต้องอดทน เข้มแข็ง มีแรงใจ
ฟันฝ่าอุปสรรคทุกๆอย่างไปให้ได้
ให้ชนะ
ให้ไม่แพ้
ดั่งเช่น Chlorpheniramine
 
If I were drug, I would like to be Chlorpheniramine.
 
If you were drug, what drug you wanna be?
01 giugno

เคยวิ่งตามอะไรบางอย่างมั๊ย

เคยวิ่งตามอะไรบ้างอย่างมั๊ย
 
เคยวิ่งตามเมฆบนฟ้ามั๊ย
แหงนหน้ามอง แล้วก็วิ่งตามไป
ตามองเมฆ ไม่ได้มองทาง วิ่งไปแล้วไง เหนื่อยไหม คว้าเมฆมาได้มั๊ย หกล้มบ้างมั๊ย
 
เคยวิ่งตามนกที่บินไปมั๊ย
แหงนหน้ามอง แล้วก็วิ่งตามไป
ตามองนก ไม่ได้มองทาง วิ่งไปแล้วไง เหนื่อยไหม คว้านกมาได้มั๊ย หกล้มบ้างมั๊ย
 
เคยวิ่งตามใครบางคนมั๊ย
แม้ไม่ได้แหงานหน้ามองเค้า แต่ตาก็มองเค้าตลอด ขาก็วิ่งตามเค้า
วิ่งไปแล้วไง
เหนื่อยไหม
ตามเค้าทันมั๊ย
 
แม้เราจะวิ่งตามเมฆ แต่เราก็เอื้อมมือคว้าเมฆมาไม่ได้
แม้เราจะวิ่งตามนก แต่เราก็เอื้อมมือคว้านกมาไม่ได้
แม้เราจะวิ่งตามเค้า แต่เราก็ไม่เคยเอื้อมมือไปถึงเค้า ไม่เคย แม้แต่จะ...
ตามเค้าทัน
 
เหนื่อยมั๊ย ...บางทีมันก็เหนื่อย
ท้อมั๊ย...บางทีมันก็ท้อ
ถอยมั๊ย...ไม่มีวันหรอก ไม่มีวันจะถอย
 
เอาเถอะ ตามไป ซักวันหนึ่ง เราคงจะตามเค้าทัน
ซักวันหนึ่ง เราคงจะเอื้อมถึงเค้า
ซักวันหนึ่ง
 
...
..
.
 
แค่เพียงเธอ มองกลับมา ที่ตรงนี้
ที่ที่มี คนคนหนึ่ง คอยเธออยู่
คนคอยมอง คอยห่วงใย คอยเฝ้าดู
แค่อยากรู้ เธอเป็นไง แค่นั้นเอง
 
 
 
 
 
Foto 1 di 18

kHim~kHim

l l l l l l l l l l l l : : khim~khim : : l l l l l l ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ ~ llllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllllll L o V e Y o U n A lllllllllllllllllllllllllllllllllllllll l l l l l l l l l l khim~khim l l l l l l l l l l l l l